แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัทกล้องวงจรปิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัทกล้องวงจรปิด แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

ไทม์ชี้ด้านมืดคดีฆ่านักเที่ยว

836028นิตยสารไทม์ของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทวิเคราะห์ผ่านเว็บไซต์ในวันนี้ กล่าวถึงเหตุการณ์ฆาตรกรรมโหด 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ วัย 23 ปี และนายเดวิด มิลเลอร์ วัย 24 ปี ที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่เผยให้เห็นด้านมืดของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นค่านิยมความเชื่อของสังคม ศักยภาพการทำงานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อีกมุมหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวหาดสวยทะเลใส รวมไปถึงทัศนคติของผู้นำประเทศด้วย โดยอ้างความเห็นบางส่วนจาก "นายพอล กวาลญา" นักวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ประเด็นแรก ที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงคือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนจะเหวี่ยงแหไปเรื่อย เริ่มจากการตั้งธงผู้ต้องสงสัยหันไปทางกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาร์ พร้อมกับคำกล่าวของนายตำรวจระดับหัวหน้าที่เปรยว่า "คนไทยไม่ทำเรื่องนี้" ซึ่งสะท้อนถึงอคติทางด้านเชื้อชาติที่ฝังลึกมานาน และขุดรากถอนโคนออกไปไม่ได้ง่าย ๆ แต่หลังจากผลดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยกลุ่มแรกไม่ปรากฏผลใด ๆ ตำรวจจึงเบนเข็มไปที่คนนอกบริษัทกล้องวงจรปิด ซึ่งก็คือนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีกคนที่เช่าห้องพักร่วมกับนายมิลเลอร์ ซึ่งผลวิเคราะห์เปรียบเทียบดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยกับก้นบุหรี่ที่พบในที่ เกิดเหตุก็ไม่ตรงกันอีก

ตัวละครใหม่ที่โผล่มาคือ นายฌอน แมคแอนนา ชาวสกอตติช วัย 25 ปี เพื่อนของผู้ตาย ที่อ้างว่าเห็นชายไทย 2 คน พยายามเข้ามาเกาะแกะ น.ส.วิทเธอริดจ์ ก่อนจะถูกเธอปฏิเสธไป ในคืนเดียวกับที่เธอเสียชีวิต ซึ่งนายแมคแอนนา ได้ถ่ายภาพของชายทั้งคู่ไว้ ก่อนโพสต์ลงอินเตอร์เน็ต แต่สิ่งที่ตามมาคือ เขาถูกขู่ฆ่าจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ขณะที่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ในภาพได้รับการปล่อยตัวไป หลังการสอบสวนเบื้องต้น แม้พวกเขาปฏิเสธที่จะให้ตัวอย่างดีเอ็นเอก็ตาม โดยนายกวาลญาให้ความเห็นว่า ปัญหาของเจ้าหน้าที่ คือการต้องเผชิญแรงกดดันมากมาย จากการเกาะติดสถานการณ์รายงานข่าว ทั้งสื่อไทยและสื่อนอก ที่ทวงถามหาความคืบหน้าของคดีตลอดเวลา

ไทม์ รายงานอีกว่า ภาพลักษณ์ของประเทศไทย คือสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ซึ่งต่างก็เพลิดเพลินไปกับหาดทรายขาวบริสุทธิ์ วัดวาอารามที่สวยงามโอ่อ่า และอาหารไทยรสเลิศ นักท่องเที่ยวส่วนมากมีโอกาสหรรษาไปกับวันหยุดพักผ่อนของพวกเขา แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน ในอีกมุมหนึ่งของบรรดาแหล่งท่องเที่ยว อาทิเช่น พัทยา นักท่องเที่ยวกลับต้องเผชิญกับการลักวิ่งชิงปล้น การทำร้ายร่างกายด้วยมีดและปืน การคุกคามทางเพศ อุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน และการจมน้ำ ซึ่งมักเป็นเรื่องที่เงียบหายไป โดยเฉพาะฟุลมูนปาร์ตีบนเกาะพงันที่มีชื่อเสียงระดับโลก

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ไทม์ชี้ด้านมืดคดีฆ่านักเที่ยว

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

iPhone 6 และ iPhone 6 plus อาจขายในไทยช่วงเดียวกับ iPhone 5c

iphone-6-plus-thaiหนึ่งในความคาดหวังของผู้ใช้สมาร์ตโฟนในไทยบางกลุ่มคือการเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกที่ได้รับสิทธิ์การวางขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องการรองรับมาตรฐาน iPhone รุ่นใหม่ สำหรับวางจำหน่ายในประเทศไทยโดย กสทช.ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อาจเปิดขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงเดียวกับ iPhone 5c และ 5s ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ตุลาคม ส่วนใครรอถึงช่วงเดือนตุลาคมไม่ไหว จะลองเสี่ยงไปซื้อเครื่องหิ้วมาใช้ก่อน เท่ก่อน ก็ไม่ห้ามครับ แต่ราคาคงจะสูงกว่าปกติมากแน่นอนทันที iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เปิดตัว ทาง Apple ก็ได้มีการประกาศกลุ่มประเทศแรกที่เปิดให้มีการพรีออเดอร์ในวันที่ 12 กันยายน และวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน ซึ่งใน 9 ประเทศนั้น ไม่มีชื่อของประเทศไทยแต่อย่างใด ขณะที่ล่าสุดได้ลองตรวจสอบกลุ่มประเทศที่ 2 ที่ทาง Apple จะอนุญาตให้เริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กันยายน ปรากฎว่ายังไม่พบรายชื่อประเทศไทยอีกเช่นกัน

ข่าว:arip.co.th

 

Source: iPhone 6 และ iPhone 6 plus อาจขายในไทยช่วงเดียวกับ iPhone 5c

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คืบตึกปทุมฯถล่ม

kif7ekajgk5da5kkbkbk6'ผู้การปทุมฯ' เรียกประชุมสรุปความคืบหน้าคดีคอนโดฯถล่ม ขณะที่ 'ลูกป๋าลอ' ยังไม่เข้ามอบตัว




                    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ส.ค.57 พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ปทุมธานี ได้เรียกประชุมชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมดูแลคดีอาคารสูง 6 ชั้นถล่ม ถนนเลียบคลองหก ม.2 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จนเป็นเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย บริษัทกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.ปัญญา นาควิเชียร รอง ผบก. หัวหน้าพนักงานสอบสวน พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบก. หัวหน้าฝ่ายสืบสวน พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ รอง ผบก. หัวหน้าการบริหารจัดการจราจร และ พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก. หัวหน้ารักษาบริเวณที่เกิดเหตุจุดวิบัติภัยอาคารถล่ม


                    ทางด้าน พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมพนักงานสืบสวนและสอบสวนในคดีอาคารถล่มคลองหก และมอบหมายเพิ่มเติมในส่วนที่ตกค้างอยู่ ในด้านการสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว จำนวน 40 ราย และจะต้องดำเนินการสอบปากคำเฉพาะบางคนในประเด็นเพิ่มเติมอีกหลายประเด็น

                    พล.ต.ต.สมิทธิ กล่าวว่าในส่วนด้านคดีได้ดำเนินการจับกุมมาแล้ว 5 คน ซึ่งเป็นนิติบุคคลได้มามอบตัวและได้ประกันตัวออกไป ยังเหลืออีก 2 คน คือ นางสาวกัญญารัตน์ หีบทอง เป็นนิติบุคคลได้ติดต่อขอมอบตัวในภายหลัง ส่วนอีกคนคือนายชานัยชนม์ เกิดเทศ ซึ่งเป็นลูกชายนายชะลอ เกิดเทศ เป็นผู้รับเหมา ซึ่งได้ข่าวว่าจะมามอบตัว แต่ก็ไม่ได้ติดต่อมาเลย ถ้ามามอบตัวก็ดี คดีก็จะจบเร็วขึ้น



                    ส่วนสาเหตุของอาคารถล่มต้องรอกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มต่างๆ คือ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กองพิสูจน์หลักฐานกลาง กรมโยธาและผังเมือง และคณะวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เก็บวัสดุจากจุดพิบัติภัยอาคารถล่ม จากนั้นนำมาประชุมร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปสาเหตุของอาคารถล่มที่แท้จริง ซึ่งจะต้องใช้เวลา บางอย่างใช้เวลาเป็นเดือนๆบางส่วนเสร็จภายใน 10 วัน จึงต้องรอผลเสร็จพร้อมกันก่อน

 ข่าว:komchadluek.net

Source: คืบตึกปทุมฯถล่ม

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ญี่ปุ่นด่าแรงคนไทยเมาขับชน

557000009742501คนญี่ปุ่นวิจารณ์แรงพฤติกรรมคนไทย หลังเหตุคนไทยเมาแล้วขับชนนักเรียนญี่ปุ่นเสียชีวิต หวั่นส่งผลเลิกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวไทยเข้าแดนปลาดิบ

จากเหตุการณ์ 3 คนไทยเมาแล้วขับและไม่มีใบขับขี่สากล จนชนนักเรียนหญิง ม.ปลาย ชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต ที่จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของคนไทย ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ในญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง และมีผู้แสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก เสนอแนะในทำนองว่า “รัฐบาลญี่ปุ่นควรยกเลิกการให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าญี่ปุ่นโดยไม่ ต้องขอวีซ่าได้แล้ว”

ขณะที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ของไทยบางแห่งอ้างว่า การแสดงความคิดเห็นในข่าวของคนญี่ปุ่นถึงกรณีนี้เป็นไปอย่างรุนแรง โดยระบุว่า บ้านเมืองเขาถือมากแค่ไหนเรื่องแบบนี้ มาทำให้ครอบครัวคนอื่นต้องสูญเสีย เดือดร้อน ขณะที่ความเห็นหนึ่ง แปลเป็นไทยว่า “มึงกลับไปขับแบบนี้ที่บ้านมึงไป” ซึ่งกรณีนี้อาจส่งผลต่อมาตรการที่รัฐบาลญี่ปุ่นยกเลิกการตรวจลงตราหนังสือ เดินทาง (วีซ่า) ให้แก่นักท่องเที่ยวไทยในการเดินทางเข้าญี่ปุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้

“ASTVผู้จัดการออนไลน์” ตรวจสอบย้อนหลังพบว่ารัฐบาลญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าให้คนไทย เมื่อกลางปี 2556 ตรงกับช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 โดยเป็นการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ การพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่น สามารถพำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วัน (หากผู้ยื่นประสงค์จะพำนักในประเทศญี่ปุ่นเกิน 15 วัน หรือไปทำงาน หรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ จะต้องยื่นขอวีซ่าตามปกติ)

การยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย ผู้ที่จะเข้าประเทศได้จะต้องผ่านการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ก่อนจึงจะสามารถเข้าประเทศได้ (เช่นเดียวกับผู้ที่ยื่นขอวีซ่ากับทางสถานเอกอัครราชทูต) ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ หรือขอตรวจเอกสารที่จำเป็น เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ หรืออื่นๆ กรณีผู้ที่เคยมีประวัติการถูกส่งตัวกลับจากประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่อยู่ในระยะเวลาของการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่เคยละเมิดกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น และถูกศาลตัดสินลงโทษให้จำคุกมากกว่า 1 ปี จะไม่สามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ แต่ในกรณีที่มีเหตุสำคัญเกี่ยวกับทางด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นต้องเข้าประเทศ ญี่ปุ่นนั้น สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประกาศใช้มาตรการนี้ 3 เดือน ก็เริ่มมีปัญหาว่า การยกเว้นวีซ่านี้เป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ตั้งใจจะไปขุดทอง หรือลักลอบแอบแฝงเข้ามาทำงานและค้าประเวณี โดย นายธนาธิป อุปัติศฤงศ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น ยอมรับว่า มีคนใช้ช่องทางการยกเว้นวีซ่าในทางที่ผิดเข้าประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำงานแทนการท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีกระบวนการหลอกลวงจากประเทศไทยเองว่าจะพาเข้ามาทำงาน ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและอาจทำให้ญี่ปุ่นทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าก็ เป็นได้ (อ่านรายละเอียดข่าว ฟรีวีซ่าญี่ปุ่นสะเทือน!!! หลังโรบินฮู้ดไทยแห่ขุดทอง)

นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2557 ก็มีข่าวลือว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะยกเลิกมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ให้กับคนไทย ทำให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นต้องออกมาแถลงยืนยันว่าไม่เคยมีการประกาศยกเลิก มาตรการเหล่านี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นข่าวลือเมื่อต้นปี แต่ตอนนี้กำลังจะมีปัญหาใหม่ เมื่อคนญี่ปุ่นกำลังโยงเรื่องกรณีคนไทยขับรถชนคนญี่ปุ่นตายมาเรียกร้องให้ยก เลิกการยกเว้นขอวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับคนไทยอย่างถาวร

ข่าว:manager.co.th

ต่อบริษัทกล้องวงจรปิด http://okami-cctv.org

Source: ญี่ปุ่นด่าแรงคนไทยเมาขับชน

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พ่อบุกขึ้นโรงพัก! ร้องหลวงตาข่มขืนลูกสาว 9 ขวบ

news03-1เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นายศร (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ซึ่งพาลูกสาววัย 12 ปี เข้ามาร้องทุกข์ด้วย โดยระบุว่าลูกสาวถูกพระลูกวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้านข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมกับข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร จนเกิดกระทบกระทั่งกับผู้เป็นพ่อ เมื่อทราบความจากลูกและบุกไปเอาเรื่องถึงในวัด

จากการสอบถาม นายศร ให้การว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทกล้องวงจรปิด ตนสังเกตเห็นว่าลูกสาว ด.ญ.ขวัญ (นามสมมติ) มีการซึมเศร้าและไม่ร่าเริงอย่างผิดปกติ จึงได้เค้นสอบถามกับลูกว่าเกิดอะไรขึ้น จนยอมเล่าให้ฟังว่า หลวงตาที่เป็นพระลูกวัดในหมู่บ้าน อายุประมาณ 65 ปี ทำการข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง แลกกับขนมและเงินจำนวหนึ่ง พร้อมกับขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร

นายศร ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อตนทราบเรื่องว่าลูกสาวถูกข่มขืน จึงได้เดินทางไปสอบถามถึงที่กุฏิวัด แต่ปรากฏว่าหลวงตารูปดังกล่าวได้ปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้ล่วงละเมิดลูกสาวแต่อย่างใด ทำให้ตนรู้สึกโมโหจัดจึงกำหมัดชกใส่หน้าหลวงตาไป ก่อนจะมีลูกศิษย์วัดเข้ามาห้าม

ต่อมาหลวงตารูปดังกล่าวจึงได้ส่งผู้ใหญ่บ้านมาเจรจากับตน ยืนยันว่าหลวงตาไม่ได้ข่มขืนลูกสาวตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมกับเสนอเงินให้จำนวนหนึ่ง เพื่อให้เรื่องดังกล่าวจบลงแต่โดยดี ตนจึงไม่ยินยอมรับเงินและเดินทางมาแจ้งความเอาเพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยทราบว่าพระรูปนี้มีประวัติลวนลามสีกาบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ด.ญ.ขวัญ ไปตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราและนำมาเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี พร้อมกับเตรียมสอบปากคำ ด.ญ.ขวัญ กับผู้ปกครองอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

อ้างอิงจาก:sanook.com

Source: พ่อบุกขึ้นโรงพัก! ร้องหลวงตาข่มขืนลูกสาว 9 ขวบ

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

news07-1

ความคืบหน้ากรณีพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ที่จอดเอาไว้บริเวณถนนดวงพิทักษ์ ย่านคลองเตย พบเข็มฉีดยาปักคาอยู่ที่แขน เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (18 ก.ค.) เบื้องต้นน่าจะเกิดจากอาการเสพยาเกินขนาด

สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมากล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุพบคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์เอ็มดับเบิ้ลยู รุ่น325 ไอ สี บรอนส์เทา หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 7838 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดเครื่องเอาไว้ริมถนนดวงพิทักษ์ จากการตรวจสอบพบว่าประตูถูกล็อคจากด้านในทั้ง 4 ด้าน เจ้าหน้าที่จึงได้งัดเพื่อเปิดประตู

เมื่อตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าว พบศพผู้ชายแต่งกายดี นอนคว่ำหน้าอยู่ที่นั่งฝั่งคนขับ พบเข็มฉีดยาปักคาเอาไว้ที่แขนซ้าย อีกทั้งยังมีร่องรอยของเข็มฉีดยาอีกหลายตามแขนและขาหนีบ นอกจากนี้ยังพบเข็มฉีดยาใช้แล้วอยู่ภายในรถด้วย ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อในภายหลังคือ นายพลภัทร มหรัตนวิโรจน์ อายุ 32 ปี

ต่อมา นายสรศักดิ์ มหรัตนวิโรจน์ อายุ 36 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ โดยให้การว่า ผู้เสียชีวิตเป็นน้องชาย ช่วยธุรกิจผลิตและส่งออกอลูมิเนียมทุกชนิดของครอบครัว แต่ภายหลังพบว่าติดยาเสพติด ทางครอบครัวจึงพาไปเข้ารับการบำบัดยาเสพติด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายพลภัทร มีนัดกับแพทย์ที่สถานบำบัด หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากเสพยาเสพติดเกินขนาด ส่วนเป็นยาเสพติดหรือสารประเภทใดกำลังรอผลจากทางนิติเวช ร.พ.จุฬาลงกรณ์ คาดว่าน่าเสียชีวิตมา 2 วัน เนื่องจากมีพยานพบเห็นรถคันดังกล่าวจอดติดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 2 วัน ก่อนจะพบศพผู้เสียชีวิต ขณะที่ทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจเหตุการเสียชีวิต จึงมารับศพเพื่อดำเนินการพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

Source: ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

'สุขุม' คาดทหารตบเท้านั่ง 'สภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป' เกินครึ่ง



"สุขุม นวลสกุล" คาดสภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป มีทหารเกินครึ่ง ด้าน "วินธัย" ปัดข่าวลือทหารนั่ง 80 คน ชี้ต้องรอธรรมนูญชั่วคราวประกาศใช้ก่อน...


EyWwB5WU57MYnKOuFZlKJ9yZ7u4CwSpRORnqWuiigWFPP1uRd9ACy6

วันที่ 14 ก.ค. นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงกระแสการคัดเลือกสภานิติบัญญัติ (สนช.) และสภาปฏิรูปสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า เชื่อว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่แต่งตั้งสัดส่วนของทหารเข้ามาทำหน้าที่ในสภา สนช. เกินครึ่งหนึ่งของจำนวน 200 คน ตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ กล้องวงจรปิดในขณะที่ทราบว่าเป็นที่จับตาของสื่อมวลชน แต่อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีสัดส่วนของทหารประมาณ 70-80 คน เพื่อให้อาจสั่งการด้านนโยบายได้ เพราะมีการถอดบทเรียนจากที่ผ่านมา ในอำนาจสมัยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ปี 2549 ที่ไม่สามารถควบคุมอำนาจใน สนช.ได้ แต่ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ จะรับฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว

นายคมสัน กล่าวต่อว่า ที่มาของ สนช. ควรเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นพิเศษ เพราะต้องเข้ามาพิจารณากลั่นกรองกฎหมายเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ต้องมีนักเทคนิคด้านต่างๆ เช่น วิศวกร จัดสรรสิ่งแวดล้อม แรงงาน เกษตร และภาคธุรกิจ ให้มีความเหมาะสม ส่วนกระแสข่าวที่จะให้อดีตสมาชิกวุฒิสภาที่มีความเป็นกลาง เข้ามาทำหน้าที่ใน สนช. นายคมสันต์ มองว่า เป็นเรื่องดี เพราะมีหลายคนที่มีความเหมาะสม

ทางด้าน นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงที่มาของ สนช. และ สปช. ว่า ขณะนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่า คสช.เป็นผู้คัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติเอง มีจำนวนสองร้อยคน และไม่ห้ามข้าราชการประจำเป็น โดยน่าจะคัดเลือกบุคคลที่ คสช.ไว้วางใจ อาจเป็นทหารเกินครึ่ง เพราะจุดประสงค์ให้มาสนับสนุน คสช.เต็มที่ แต่อาจมีคนนอกเป็นไม้ประดับมาบ้าง แต่ที่มาของสภาปฏิรูปการเมือง จะคัดเลือกจากส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพ 11 กลุ่ม ที่สำคัญให้เสนอมาจังหวัดละ 5 คน และเลือกให้เหลือ 76 คน ซึ่ง คสช.ก็เป็นผู้คัดเลือกเองอีก โดยการตั้งกฎเกณฑ์ให้มีการเสนอจาก 11 กลุ่ม เพื่อทำให้ดูมีหลากกลาย ท้ายสุดเสนอมากกว่าจำนวนจริง แต่ให้เหลือแค่ 250 คน ซึ่งในท้ายสุดก็ดูว่าจะเอาใคร เป็นคนเลือกสุดท้าย

นายสุขุม กล่าวต่อว่า คสช.พยายามวางกรอบให้เหมือนมีการเสนอจากทุกๆ ฝ่าย แต่เสนอเข้ามาเพื่อดูว่า คนไหนสมควรไว้วางใจให้เป็น คนที่ได้เป็น เพราะ คมช.เห็นว่าสนองนโยบาย คสช.ได้ เหมือนกับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. พูดไว้ ถ้าไม่เด็ดขาด ก็แก้ปัญหาไม่ได้ จุดประสงค์นี้ทำให้เข้าใจว่า คสช.ทำไมต้องอย่างนั้น ไม่ใช่มาตั้งคนคอยคัดค้าน หรือถ่วงดุล อาจไม่ถึงขั้นสภารีโมต ซึ่ง  คสช. มั่นใจว่า ทั้ง สนช.และ สปช.ไม่มาสร้างปัญหาและสนับสนุน คสช. รับผิดชอบแก้ปัญหาบ้านเมืองในเวลาจำกัด ทำให้ทุกอย่างนิ่ง จนมีรัฐธรรมนูญประกาศปลายปี 2558 เรียบร้อย

ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. เปิดเผยถึงเรื่องมีนายทหารกว่า 80 คน จะมาดำรงตำแหน่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า เป็นเพียงข่าวลือ เพราะขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนการสรรหาบุคคลที่มาดำรงตำแหน่ง สนช. ต้องรอให้มีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราวเสียก่อน

ส่วน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสัดส่วนข้าราชการในสภาปฏิรูปว่า ส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้อง ต้องรอผู้บังคับบัญชาเป็นผู้คัดเลือก.

อ้างอิงจาก:thairath.co.th


Source: 'สุขุม' คาดทหารตบเท้านั่ง 'สภานิติบัญญัติ-สภาปฏิรูป' เกินครึ่ง

หนุ่มคลั่งอาละวาด ทำลายห้องขัง สน.คลองตัน ด่าตำรวจ

news03-1

วันที่ 14 กรกฎาคม ร.ต.ท.จุฑาพงศ์ ชาญดิลกโชติ พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้รับแจ้งจากห้องวิทยุสน.คลองตัน ว่ามีชายเมาสุราอาละวาดคลุ้มคลั่ง ภายในรอยัลคอนโดมีเนี ยม ซอยพัฒนาการ 30 แขวงและเขตสวนหลวง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.ท.สุพิณส์ สุขตะโก รองสว.ป.สน.คลองตัน ร.ต.ท.สถาพร โสตถิยิ้ม รองสวป.สน.คลองตัน ร.ต.ต.จงกล สุวรรณจันทร์กล้องcctv รองสว.ป.สน.คลองตัน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 23 ชั้น ประกอบกิจการเป็นห้องพักและสำนักงานให้เช่าบริเวณด้านหน้าพบรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นเอสแอลเค สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ย5381 กทม. โดยมี นายฮาซัน บีลัน อายุ 24 ปี ชาว จ.ยะลา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีน้ำตาล สภาพมึนเมาพูดจาวกวน อยู่ภายในรถพร้อมกับ น.ส.ดีฟูซา ซานดาโรว่า (Dilfuza Shandjalilova) อายุ 24 ปี ชาวอุซเบกิสสถาน พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง

น.ส.ดีฟูซา อยู่ในสภาพหวาดกลัวทันทีที่พบเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เล่าว่าถูก นายฮาซัน ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายฮาซัน ไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำตัวมาถึงที่ สน.คลองตัน ก็มีอาการคลุ้มคลั่งอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยคำพูดหยาบคาย อาทิ "มึงรู้ไหมกูลูกใคร?" เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องคุมขัง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในรถพบขวดเหล้า 1 ขวด วางอยู่บริเวณใต้ที่นั่งด้านซ้ายและบริเวณที่นั่งฝั่งคนขับพบบุหรี่ 1 ซอง รวมทั้งกระโปรงหลังรถ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนยาวบีบีกันซุกซ้อนอยู่ท้ายรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวน น.ส.ดีฟูซา เล่าว่า ได้รู้จัก นายฮาซันและเคยคบหาดูใจกันมา ระหว่างที่คบกันนั้น นายฮาซันได้ทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด จึงได้บอกเลิกรากันไป แต่นายฮาซันไม่ยอมตามงอนง้อเรื่อยมา จนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่ตนเดินทางมาที่คอนโดดังกล่าวเป็นที่ทำงาน นายฮาซันได้มาดักรอตนพร้อมกับฉุดกระฉากตน พร้อมขอเจรจาให้กลับมาคบกัน แต่ตนไม่ยอมจึงได้ขู่ทำร้ายตน ซึ่งขณะนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมากจึงได้แจ้งตำรวจมาควบคุมตัวไป

ต่อมาได้มี นายวิสุทธิ์ ลิ้มวัฒนา อายุ 54 ปี เจ้าของบริษัทดิจิตอล นิวเวิล์ด จำกัด ได้เดินทางมาที่ สน.คลองตัน พร้อมกับแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ว่าถูกรถของ นายฮาซัน ชนท้ายรถของตน เป็นรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแฮคคอร์ด สีฟ้า หมายเลขทะเบียน พห 8604 กทม. ได้รับความเสียหายที่บริเวณท้ายรถ

นายวิสุทธิ์ เล่าว่า เมื่อช่วง 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ขณะที่ตนขับรถออกมาเพื่อจะไปธุระ จนกระทั่งรถของตนมาถึงช่วงระหว่างซอยพัฒนาการ 32 รถคันดังกล่าวก็ได้พุ่งชนตนอย่างจัง หลังเกิดเหตุนายฮาซันก็ได้ลงมาเจรจาขอยอมความโดยเสนอเงินให้จำนวน 5,000 บาท แต่ตนไม่เอาเพราะจะเรียกประกัน นายฮาซันจึงได้รีบขึ้นรถและขับรถหลบหนีไปจึงได้เดินทางมาแจ้งความที่ สน.คลองตัน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าขณะที่ น.ส.ดีฟูซา กำลังลงบันทึกประจำวันอยู่นั้น นายฮาซันได้อาละวาดส่งเสียงดัง ทุบตีทำร้ายร่างกายตนเอง โดยการเอาหัวโขกกับรั้วเหล็กและกำแพง พร้อมกับทำลายข้าวของที่อยู่ในห้องขัง อาทิ ทุบโถส้วม ปีนป่ายลูกกรงเพื่อดึงกล้องวงจรปิดและทำลายทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เจรจาเพื่อขอให้สงบสติอารมณ์ แต่นายฮาซันไม่ยอมได้ขว้างปาสิ่งก้อนอิฐใส่และด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ถ้อยคำหยาบคาย

พร้อมกล่าวว่าหากใครสามารถเดินเรื่องให้ออกจากห้องขังได้จะให้เงิน 100,000 บาท ผู้สื่อข่าวได้บอกให้นายฮาซันสงบสติอารมณ์กับถูกนายฮาซันต่อว่าอย่างรุนแรง พร้อมกับขว้างปาสิ่งของ จนเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าไปในห้องควบคุมขังพร้อมกับใส่กุญแจมือและแยก ขังไว้

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายฮาซัน เป็นบุคคลไม่มีสถานภาพทางทะเบียน ซึ่งหลังจากนี้จะประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งจะตรวจหาสารเสพติดเพิ่มเติม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเมาสุราอาละวาดก่อความเดือดร้อนรำคาญ , ชนแล้วหนี, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่, ทำให้เสียทรัพย์, พกพาสิ่งเทียงอาวุธปืน ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

แหล่งข่าว:sanook.com

Source: หนุ่มคลั่งอาละวาด ทำลายห้องขัง สน.คลองตัน ด่าตำรวจ

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

บริษัทกล้องวงจรปิด

บริษัทกล้องวงจรปิด


บริษัทกล้องวงจรปิดบริษัทเราดำเดินงานด้านกล้องวงจรปิดมามากกว่า 10 ปีจึงสามารถมันใจได้ถึงการรับประกันของเราและการเข้าดำเนินงานของเรา ซึ่งเรายินดีอย่างยิ่งที่จะให้คำปรึกษาถึงระบบกล้องโดยบริษัทเรามีพนักงาน คอยรองรับความต้องการของลูกค้ามากกว่า 50 คนในการดูแลระบบรวมถึงการตรวจเช็คระบบ ทางบริษัทยินดีอย่างรับประกันสินค้าของทางบริษัทเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็มนับจากวันที่เข้าติดตั้งและตรวจเช็คระบบ ส่วนการออนไลน์กล้องนั้นท่านต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนให้บริษัทเข้า ดำเนินการเนื่องจากมีหลายท่านที่ให้บริษัทเข้าดำเนินการทั้งที่ระบบของท่าน ยังไม่พร้อม คำว่าพร้อมรวมอะไรบ้างหรอครับ