แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้องไอพี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้องไอพี แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

กรมสรรพสามิตพร้อมจัดเก็บภาษีสลากฯ

841238รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับแนวคิดการจัดสรรรายได้เข้ารัฐผ่านการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากกินแบ่ง รัฐบาลนั้นคงต้องให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังศึกษารายละเอียดและเสนอให้นายสม หมาย ภาษี รมว.คลังพิจารณาและเห็นชอบก่อน โดยเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันที เพราะดำเนินการเพียงออกกฎกระทรวงตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจา นุเบกษาของกรมสรรพสามิตเท่านั้น เนื่องจากเดิมการจัดเก็บภาษีสลากฯได้กำหนดไว้ที่พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ในหมวดของกิจการเสี่ยงโชค เกี่ยวกับการออกสลากฯที่ปัจจุบันยังได้รับการยกเว้นภาษี

ทั้งนี้ แนวคิดการจัดเก็บภาษีดังกล่าวสศค.ยังไม่ได้เรียกให้กรมสรรพสามิตเข้าไปหารือ อย่างเป็นทางการกล้องไอพี เพราะคงต้องรอการพิจารณาของฝ่ายนโยบายว่าจะดำเนินการทันทีหรือไม่เนื่องจาก ภาษีดังกล่าวได้ยกเว้นภาษีมาเป็นเวลานานแล้ว หากจะให้กรมสรรพสามิตเข้าไปจัดเก็บภาษีก็พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันทีเพราะ ที่ผ่านมาก็มีแนวทางในการจัดเก็บไว้อยู่แล้ว ซึ่งตามกฎหมายของกรมฯได้กำหนดเพดานการจัดเก็บภาษีสลากฯ ไว้ที่ไม่เกิน 20% แต่จะเริ่มเก็บในอัตราเท่าใดนั้นคงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆอย่าง ที่อาจเก็บเป็นขั้นบันไดอาจเริ่มที่ 5%, 10% และ 20% เป็นลำดับ

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากฯจะทำให้รัฐบาลมีรายได้โดยตรงจากการขายสลาก ทันทีและลดการมอมเมาประชาชนในการซื้อสลากฯ ลง ถือเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการแก้ไขปัญหาสลากฯขายเกินราคา ที่ทำให้คนซื้อตัดสินใจซื้อยากขึ้น ส่งผลให้ราคาสลากฯในแต่ละงวดไม่ขายในราคาที่สูงเกินไปแต่ที่ที่ผ่านมาไม่ได้ จัดเก็บภาษีดังกล่าว เพียงแต่ค่าอากรแสตมป์ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากผู้ที่ถูกรางวัลเท่านั้น

นายสมหมายภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากฯ เป็นแนวคิดที่ประธานคณะกรรมการสลากฯเสนอให้ สศค.พิจารณาถึงการจัดเก็บภาษีและรายได้นำส่งเข้ารัฐซึ่งยังไม่ได้รับการ รายงานจาก สศค. อย่างเป็นทางการ ว่าจะดำเนินการได้อย่างไรและมีแนวทางไหนบ้างแต่ขณะนี้ยังมีหลายเรื่องที่ ต้องดำเนินการก่อน โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: กรมสรรพสามิตพร้อมจัดเก็บภาษีสลากฯ

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

จ่อฟ้องเอาผิดพ่อแม่ นศ.อุเทน

EyWwB5WU57MYnKOuFHRWWOvNV4T0HTPcodf1vQsXX0Dgc9ebCE6e5wคดีฆ่าเทคโนกรุงเทพ ให้เป็นกรณีตัวอย่าง ‘ประยุทธ์’ขู่ลั่นปิดร.ร.

นำ 6 นักศึกษาอุเทนถวาย ใจเหี้ยมแถลงข่าวคดีไล่ฆ่าอุกอาจ 3 ศพ สางแค้นให้เพื่อนสาว สารภาพระบายความอัดอั้น เป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอด ทว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รับติดตั้งกล้องcctv โยนผิดตำรวจหากจับได้เร็วกว่านี้เหตุการณ์อาจไม่ได้เป็นอย่างนี้ ขณะที่พ่อเหยื่อสุดแค้นเสียลูกชายคนเดียว จ่อฟ้องเอาผิดผู้ปกครองเป็นกรณีตัวอย่างด้วย “บิ๊กตู่” คำรามลั่น ต่อไปนี้หากตีกันโรงเรียนไหน ปิดโรงเรียนนั้นทันที ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเรียกผู้บริหาร 2 สถาบันดังถกเครียด วางมาตรการลดความร้อนระอุที่ยืดเยื้อมายาวนานศึกสถาบันช่างกลกลางกรุงที่ยืดเยื้อกันมานานนับสิบปี สังเวยเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ถูกไล่ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมหลายศพ แต่อุณหภูมิร้อนระอุของความบาดหมางกลับไม่มีทีท่าลดลง ล่าสุดมือปืนประกบยิงนายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เสียชีวิตพร้อมนายชิษณุพงศ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี เพื่อนร่วมสถาบัน ตายกลางถนนเทอดดำริ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ก่อนที่ตำรวจสืบสวนนครบาลจะแกะรอยรวบทีมสังหารเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย คู่แค้นต่างสถาบันถึง 6 คน ยอมรับสารภาพตระเวนเด็ดหัวเหยื่อเพื่อสางแค้นแทนเพื่อนสาวที่ถูกยิงตาย

ที่ บช.น. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.สยศ.ตร. รรท.ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ณรงฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก นำผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ไปแถลงข่าว ประกอบด้วย นายกบินทร์ หรือเอฟ หรือบินทร์ จิโรจน์มนตรี อายุ 20 ปี มือปืน นายปัญญา หรือโต้ง เขมวัชรเลิศ อายุ 20 ปี คนขี่รถ จยย. นายอรรถพล หรือต้น ยี่แม่นยิง อายุ 20 ปี คนชี้เป้า นายจิรายุทธ หรือไอซ์ สุวรรณโชติ อายุ 20 ปี คนชี้เป้า นายจิตรดิลก หรือเน็ต อุ้มชู อายุ 21 ปี หน้าที่ดูเหยื่อว่าเสียชีวิตหรือไม่ และนายณัฐกร หรือณัฐ กรรมแต่ง อายุ 23 ปี คนวางแผนและจัดหาอาวุธปืน ล้วนแล้วแต่เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมก่อสร้างโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

สอบสวนทั้งหมดรับว่ามูลเหตุจูงใจเป็นกระทำการเพื่อล้างแค้นให้ น.ส.กันต์กนิษฐ์ พรหมแก้ว อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถ จยย. ใช้ปืนกราดยิงเสียชีวิตตรงป้ายรถโดยสารหน้าโอสถศาลา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรงข้ามห้างมาบุญครอง ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 26 ส.ค.57 จึงตระเวนออกล่าอริต่างสถาบัน เริ่มต้นยิงนายพชร กัมพลาศิริ อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ช่างกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพเสียชีวิตในซอยรามคำแหง 107 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเรียนอยู่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ต่อมาร่วมกันยิงนายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี และนายชิษณุพงศ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเสียชีวิตทั้งคู่ บริเวณถนนเทอดดำริ ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ ท้องที่ สน.เตาปูนนายกบินทร์ หรือเอฟ จิโรจน์มนตรี มือปืน ระบายความในใจว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่พวกตนเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมาโดยตลอด ข่าวบางข่าวก็ไม่ได้ถูกตีแผ่ออกมาอย่างชัดเจน เพื่อนตนเสียชีวิตก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร น.ส. กันต์กนิษฐ์ไม่ใช่คนเลวร้าย มิหนำซ้ำเป็นผู้หญิงด้วย ปัจจุบันคนร้ายยังลอยนวลอยู่ในสังคม นอกจากนี้ยังมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนและพี่น้องไม่มีคดีไหนที่ จับคนร้ายได้สักราย อยากจะขอฝากตรงจุดนี้ ตนเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำเท่าที่จะทำได้ อยากให้ทุกคนรับรู้ความรู้สึกของพวกตนบ้าง ถ้าจับคนร้ายไวกว่านี้เหตุการณ์อาจจะไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก คุมตัวนายกบินทร์ หรือเอฟ จิโรจน์มนตรี นายปัญญา หรือโต้ง เขมวัชรเลิศ และนายอรรถพล หรือต้น ยี่แม่นยิง ผู้ต้องหาที่ร่วมกันยิงนายพชร กัมพลาศิริ อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ช่างกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพเสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 10 จุด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ตั้งแต่ปากซอยรามคำแหง 103 ที่นัดหมายก่อนลงมือสังหารเหยื่อ ซอยรามคำแหง 107 หรือซอยวัดศรีบุญเรือง รวมถึงเส้นทางหลบหนีไปยังบ้านของนายกบินทร์ย่านรามอินทรา ท่ามกลางประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงญาติและเพื่อนร่วมสถาบันของผู้ตายจนตำรวจต้องดูแลรักษาความปลอดภัย อย่างเข้มงวดนายกำพล กัมพลาศิริ อายุ 50 ปี พ่อของเหยื่อนักศึกษาใจเหี้ยมเผยว่า รู้สึกเสียใจ และโกรธแค้นมาก ถ้าเป็นไปได้อยากทำร้ายผู้ต้องหาเสียตอนนี้เลยเพื่อชดใช้ให้ลูกชายเพียงคน เดียว ส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการยิงผิดตัว และขอให้การเสียชีวิตของลูกตนเป็นกรณีเริ่มต้นการแก้ปัญหานักเรียนตีกัน อย่างจริงจัง พร้อมทั้งวอนให้ผู้ปกครองดูแลลูกหลานของตัวเองให้ดี สอดส่องดูแล ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แค่เพียงส่งลูกหลานไปเรียน นอก จากนี้ ตนยังจะปรึกษาทนายความเพื่อเรียกร้องทางแพ่ง เอาผิดกับทางผู้ปกครองของผู้ต้องหาเป็นกรณีตัวอย่างให้ผู้ปกครองผู้ต้องหา รับรู้ว่า ถ้าดูแลบุตรหลานไม่ดี ก่อให้เกิดความสูญเสียกับครอบครัวคนอื่นจะเป็นอย่างไร

หลังจากนั้น พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก. สน.เตาปูน นำนายกบินทร์ จิโรจน์มนตรี และนายปัญญา เขมวัชรเลิศ ไปทำแผนต่อที่จุดประกบยิง 2 นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันบริเวณท้องที่ สน.เตาปูน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะส่งตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดให้ สน.หัวหมาก ไปควบคุมขณะที่ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.รรท.ผบก.น.6 พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน สนธิกำลัง บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.6 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. สันติบาล และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด พล.ม.2 รอ. เข้าตรวจค้นอาวุธภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถนนพญาไท แขวงและเขตปทุมวัน กทม. พบสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก อาทิ มีด อุปกรณ์การเล่นการพนันไฮโล ไพ่ อุปกรณ์เสพยาเสพติดที่ถูกซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานห้องน้ำตามตัวอาคาร รวมถึงบ้านพักของภารโรง ควบคุมตัวนักศึกษา 4 ราย ไปยัง สน.ปทุมวัน เพื่อถ่ายรูปทำประวัติไว้ พร้อมทั้งเชิญผู้ปกครองและอาจารย์ฝ่ายปกครองเข้ารับทราบถึงพฤติกรรมก่อน ปล่อยตัวไป ขณะที่กำลังอีกชุดยังเข้าตรวจค้นสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.พบมีดปลายแหลม 3 เล่ม คัตเตอร์ 3 อัน ขวาน 1 ด้าม ประทัดยักษ์ 6 ลูก และกระสุนปืน .22 จำนวน 1 นัด โดยมี รศ.ปัญญา มินยง อธิการบดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ส่วนที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลแก่ผู้บริหารระดับสูงตอน หนึ่งว่า เรื่องปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ก็ไม่กลัวกฎอัยการศึกกันสักคนเลย ตนเป็นห่วงเหมือนกัน ประกาศไปเลยว่า ต่อไปนี้ตีกันโรงเรียนไหน ปิดโรงเรียนนั้น ปิดแผนกนั้น ปิดคณะนั้น ฝ่ายไหนตีก่อนสั่งปิดก่อนชั่วคราวจนกว่าจะสอบสวนข้อเท็จจริง ฉะนั้นต้องไปหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้พวกแกนนำพวกรุ่นพี่รุ่นน้องคืนสู่เหย้า พอสักที เลิกกัน ให้อภัยกัน ไม่อย่างนั้น ต้องถูกดำเนินคดีหมด โรงเรียนต้องถูกปิด “วันนี้ถึงประกาศมาตรการไปก็ไม่เกิดผลหรอก ถ้าไม่เอาจริงเอาจัง นอกจากนี้ เรื่องเด็กวัยรุ่นไม่มีงานทำ พวกเด็กแว้น เด็กติดยา ขอทาน ค้าขายสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องนี้ต้องแก้ไข” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สายวันเดียวกัน นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เชิญนายปัญญา มินยง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และนายสืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เพื่อหาทางยุติปัญหาการทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษา 2 สถาบันดังใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมงเศษ นพ.กำจร เผยผลการหารือว่า ได้ให้ทั้ง 2 สถาบันทำบันทึกเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งให้สำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาอีกครั้ง ฝ่ายอุเทนถวายรายงานว่า เป็นเพราะศิษย์เก่าที่เป็นรุ่นพี่เข้ามายุยงรุ่นน้องให้ก่อเหตุ ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันมีมาตรการที่ชัดเจนว่า ห้ามรุ่นพี่เข้ามาในบริเวณสถาบันโดยเด็ดขาด ทั้งการรับนักศึกษาก็จะไม่รับนักเรียนที่จบจากโรงเรียนที่มีปัญหาทะเลาะ วิวาทเน้นรับนักเรียนจากต่างจังหวัดมากขึ้นก็พบว่าได้ผล เพราะไม่ใช่นักศึกษาที่มาจากสถาบันที่เป็นคู่อริกัน จึงมอบนโยบายให้อุเทนถวายกำหนดมาตรการห้ามบุคคลภายนอกเข้าสถาบันอย่างเด็ด ขาดเช่นกัน

ข่าว:thairath.co.th

Source: จ่อฟ้องเอาผิดพ่อแม่ นศ.อุเทน

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

ภรรยาร่มเกล้า"โพสต์เฟซบุ๊คขอบคุณ"คสช.-ผบ.ตร."จับชายชุดดำ

news_img_604227_1 ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม โพสต์เฟซบุ๊คถึงกรณีที่ตำรวจแถลงข่าวการจับกุมชายชุดดำว่า  จากการแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายชายชุดดำปี 2553 ดิฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ ที่ติดตามคดีให้ หลังจากหมดหวังไปแล้ว ขอขอบคุณ ค.ส.ช. และท่าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่กรุณาติดตามคดี เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมาคนถามมากถึงความรู้สึกว่า ดีใจไหม ดิฉันไม่มีอะไรจะดีใจและเสียใจแล้ว เพราะสามีดิฉันไม่มีวันฟื้นคืนชีวิต มีแต่หน้าที่ในโลกที่ต้องทำต่อไปจนกว่าจะหมดเวลา เจตนาที่ติดตามคดีนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมของสังคม เพื่อชีวิตที่บริสุทธิ์ของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่จะไม่ต้องตายเหมือน สามีดิฉัน ไม่ต้องมีครอบครัวใครนั่งร้องไห้ตายทั้งเป็นเหมือนดิฉัน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความยุติธรรมนานเพียงใดก็รอได้

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

กล้องไอพี cctv  ติดตั้งกล้องวงจรปิด

Source: ภรรยาร่มเกล้า"โพสต์เฟซบุ๊คขอบคุณ"คสช.-ผบ.ตร."จับชายชุดดำ

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พ่อบุกขึ้นโรงพัก! ร้องหลวงตาข่มขืนลูกสาว 9 ขวบ

news03-1เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นายศร (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ซึ่งพาลูกสาววัย 12 ปี เข้ามาร้องทุกข์ด้วย โดยระบุว่าลูกสาวถูกพระลูกวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้านข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมกับข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร จนเกิดกระทบกระทั่งกับผู้เป็นพ่อ เมื่อทราบความจากลูกและบุกไปเอาเรื่องถึงในวัด

จากการสอบถาม นายศร ให้การว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทกล้องวงจรปิด ตนสังเกตเห็นว่าลูกสาว ด.ญ.ขวัญ (นามสมมติ) มีการซึมเศร้าและไม่ร่าเริงอย่างผิดปกติ จึงได้เค้นสอบถามกับลูกว่าเกิดอะไรขึ้น จนยอมเล่าให้ฟังว่า หลวงตาที่เป็นพระลูกวัดในหมู่บ้าน อายุประมาณ 65 ปี ทำการข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง แลกกับขนมและเงินจำนวหนึ่ง พร้อมกับขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร

นายศร ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อตนทราบเรื่องว่าลูกสาวถูกข่มขืน จึงได้เดินทางไปสอบถามถึงที่กุฏิวัด แต่ปรากฏว่าหลวงตารูปดังกล่าวได้ปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้ล่วงละเมิดลูกสาวแต่อย่างใด ทำให้ตนรู้สึกโมโหจัดจึงกำหมัดชกใส่หน้าหลวงตาไป ก่อนจะมีลูกศิษย์วัดเข้ามาห้าม

ต่อมาหลวงตารูปดังกล่าวจึงได้ส่งผู้ใหญ่บ้านมาเจรจากับตน ยืนยันว่าหลวงตาไม่ได้ข่มขืนลูกสาวตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมกับเสนอเงินให้จำนวนหนึ่ง เพื่อให้เรื่องดังกล่าวจบลงแต่โดยดี ตนจึงไม่ยินยอมรับเงินและเดินทางมาแจ้งความเอาเพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยทราบว่าพระรูปนี้มีประวัติลวนลามสีกาบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ด.ญ.ขวัญ ไปตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราและนำมาเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี พร้อมกับเตรียมสอบปากคำ ด.ญ.ขวัญ กับผู้ปกครองอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

อ้างอิงจาก:sanook.com

Source: พ่อบุกขึ้นโรงพัก! ร้องหลวงตาข่มขืนลูกสาว 9 ขวบ

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

news07-1

ความคืบหน้ากรณีพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ที่จอดเอาไว้บริเวณถนนดวงพิทักษ์ ย่านคลองเตย พบเข็มฉีดยาปักคาอยู่ที่แขน เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (18 ก.ค.) เบื้องต้นน่าจะเกิดจากอาการเสพยาเกินขนาด

สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมากล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุพบคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์เอ็มดับเบิ้ลยู รุ่น325 ไอ สี บรอนส์เทา หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 7838 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดเครื่องเอาไว้ริมถนนดวงพิทักษ์ จากการตรวจสอบพบว่าประตูถูกล็อคจากด้านในทั้ง 4 ด้าน เจ้าหน้าที่จึงได้งัดเพื่อเปิดประตู

เมื่อตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าว พบศพผู้ชายแต่งกายดี นอนคว่ำหน้าอยู่ที่นั่งฝั่งคนขับ พบเข็มฉีดยาปักคาเอาไว้ที่แขนซ้าย อีกทั้งยังมีร่องรอยของเข็มฉีดยาอีกหลายตามแขนและขาหนีบ นอกจากนี้ยังพบเข็มฉีดยาใช้แล้วอยู่ภายในรถด้วย ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อในภายหลังคือ นายพลภัทร มหรัตนวิโรจน์ อายุ 32 ปี

ต่อมา นายสรศักดิ์ มหรัตนวิโรจน์ อายุ 36 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ โดยให้การว่า ผู้เสียชีวิตเป็นน้องชาย ช่วยธุรกิจผลิตและส่งออกอลูมิเนียมทุกชนิดของครอบครัว แต่ภายหลังพบว่าติดยาเสพติด ทางครอบครัวจึงพาไปเข้ารับการบำบัดยาเสพติด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายพลภัทร มีนัดกับแพทย์ที่สถานบำบัด หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากเสพยาเสพติดเกินขนาด ส่วนเป็นยาเสพติดหรือสารประเภทใดกำลังรอผลจากทางนิติเวช ร.พ.จุฬาลงกรณ์ คาดว่าน่าเสียชีวิตมา 2 วัน เนื่องจากมีพยานพบเห็นรถคันดังกล่าวจอดติดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 2 วัน ก่อนจะพบศพผู้เสียชีวิต ขณะที่ทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจเหตุการเสียชีวิต จึงมารับศพเพื่อดำเนินการพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

Source: ลูกชายเสี่ยอลูมิเนียม ดับคาเก๋งหรู เข็มฉีดยาปักคาแขน

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

หนุ่มคลั่งอาละวาด ทำลายห้องขัง สน.คลองตัน ด่าตำรวจ

news03-1

วันที่ 14 กรกฎาคม ร.ต.ท.จุฑาพงศ์ ชาญดิลกโชติ พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้รับแจ้งจากห้องวิทยุสน.คลองตัน ว่ามีชายเมาสุราอาละวาดคลุ้มคลั่ง ภายในรอยัลคอนโดมีเนี ยม ซอยพัฒนาการ 30 แขวงและเขตสวนหลวง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.ท.สุพิณส์ สุขตะโก รองสว.ป.สน.คลองตัน ร.ต.ท.สถาพร โสตถิยิ้ม รองสวป.สน.คลองตัน ร.ต.ต.จงกล สุวรรณจันทร์กล้องcctv รองสว.ป.สน.คลองตัน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 23 ชั้น ประกอบกิจการเป็นห้องพักและสำนักงานให้เช่าบริเวณด้านหน้าพบรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นเอสแอลเค สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ย5381 กทม. โดยมี นายฮาซัน บีลัน อายุ 24 ปี ชาว จ.ยะลา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีน้ำตาล สภาพมึนเมาพูดจาวกวน อยู่ภายในรถพร้อมกับ น.ส.ดีฟูซา ซานดาโรว่า (Dilfuza Shandjalilova) อายุ 24 ปี ชาวอุซเบกิสสถาน พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง

น.ส.ดีฟูซา อยู่ในสภาพหวาดกลัวทันทีที่พบเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เล่าว่าถูก นายฮาซัน ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายฮาซัน ไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำตัวมาถึงที่ สน.คลองตัน ก็มีอาการคลุ้มคลั่งอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยคำพูดหยาบคาย อาทิ "มึงรู้ไหมกูลูกใคร?" เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องคุมขัง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในรถพบขวดเหล้า 1 ขวด วางอยู่บริเวณใต้ที่นั่งด้านซ้ายและบริเวณที่นั่งฝั่งคนขับพบบุหรี่ 1 ซอง รวมทั้งกระโปรงหลังรถ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนยาวบีบีกันซุกซ้อนอยู่ท้ายรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวน น.ส.ดีฟูซา เล่าว่า ได้รู้จัก นายฮาซันและเคยคบหาดูใจกันมา ระหว่างที่คบกันนั้น นายฮาซันได้ทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด จึงได้บอกเลิกรากันไป แต่นายฮาซันไม่ยอมตามงอนง้อเรื่อยมา จนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่ตนเดินทางมาที่คอนโดดังกล่าวเป็นที่ทำงาน นายฮาซันได้มาดักรอตนพร้อมกับฉุดกระฉากตน พร้อมขอเจรจาให้กลับมาคบกัน แต่ตนไม่ยอมจึงได้ขู่ทำร้ายตน ซึ่งขณะนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมากจึงได้แจ้งตำรวจมาควบคุมตัวไป

ต่อมาได้มี นายวิสุทธิ์ ลิ้มวัฒนา อายุ 54 ปี เจ้าของบริษัทดิจิตอล นิวเวิล์ด จำกัด ได้เดินทางมาที่ สน.คลองตัน พร้อมกับแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ว่าถูกรถของ นายฮาซัน ชนท้ายรถของตน เป็นรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแฮคคอร์ด สีฟ้า หมายเลขทะเบียน พห 8604 กทม. ได้รับความเสียหายที่บริเวณท้ายรถ

นายวิสุทธิ์ เล่าว่า เมื่อช่วง 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ขณะที่ตนขับรถออกมาเพื่อจะไปธุระ จนกระทั่งรถของตนมาถึงช่วงระหว่างซอยพัฒนาการ 32 รถคันดังกล่าวก็ได้พุ่งชนตนอย่างจัง หลังเกิดเหตุนายฮาซันก็ได้ลงมาเจรจาขอยอมความโดยเสนอเงินให้จำนวน 5,000 บาท แต่ตนไม่เอาเพราะจะเรียกประกัน นายฮาซันจึงได้รีบขึ้นรถและขับรถหลบหนีไปจึงได้เดินทางมาแจ้งความที่ สน.คลองตัน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าขณะที่ น.ส.ดีฟูซา กำลังลงบันทึกประจำวันอยู่นั้น นายฮาซันได้อาละวาดส่งเสียงดัง ทุบตีทำร้ายร่างกายตนเอง โดยการเอาหัวโขกกับรั้วเหล็กและกำแพง พร้อมกับทำลายข้าวของที่อยู่ในห้องขัง อาทิ ทุบโถส้วม ปีนป่ายลูกกรงเพื่อดึงกล้องวงจรปิดและทำลายทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เจรจาเพื่อขอให้สงบสติอารมณ์ แต่นายฮาซันไม่ยอมได้ขว้างปาสิ่งก้อนอิฐใส่และด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ถ้อยคำหยาบคาย

พร้อมกล่าวว่าหากใครสามารถเดินเรื่องให้ออกจากห้องขังได้จะให้เงิน 100,000 บาท ผู้สื่อข่าวได้บอกให้นายฮาซันสงบสติอารมณ์กับถูกนายฮาซันต่อว่าอย่างรุนแรง พร้อมกับขว้างปาสิ่งของ จนเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าไปในห้องควบคุมขังพร้อมกับใส่กุญแจมือและแยก ขังไว้

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายฮาซัน เป็นบุคคลไม่มีสถานภาพทางทะเบียน ซึ่งหลังจากนี้จะประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งจะตรวจหาสารเสพติดเพิ่มเติม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเมาสุราอาละวาดก่อความเดือดร้อนรำคาญ , ชนแล้วหนี, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่, ทำให้เสียทรัพย์, พกพาสิ่งเทียงอาวุธปืน ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

แหล่งข่าว:sanook.com

Source: หนุ่มคลั่งอาละวาด ทำลายห้องขัง สน.คลองตัน ด่าตำรวจ